วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559

น้ำพริกกะปิจ้า 🌿🍃

สูตรอาหารไทย : น้ำพริกกะปิ+ปลาทูทอด 

[ SPICY SHRIMP PATE AND FRIED MACKERAL FISH ]

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม

 

น้ำพริกกะปิ + ผักสด

* ปลาทู 2 ตัว 

* กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ 

* กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ 

* หอมแดงปอกเปลือก 3 ลูก 

* กระเทียมปอกเปลือก 3 ลูก 

* พริก 10 - 15 เม็ด (ปรับเพิ่ม/ลดตามต้องการ) 

* น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 


* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 

* น้ำตาล 1/2 ช้อนชา 

* ผักสด หรือ ผักนึ่ง (กะหล่ำปลี, แตงกวา, ผักกาดขาว, มะเขือเทศ, ถั่วฝักยาว, อื่นๆ) 

* ชะอม 1 กำ (ทำไข่เจียวชะอม, จะไม่มีก็ได้) 

* ไข่ไก่ 3 ฟอง (ใช้สำหรับทำไข่เจียวชะอม)

 

ปลาทูทอด + ไข่เจียวชะอม
น้ำพริกกะปิ + ผักสด
 

     วิธีทำทีละขั้นตอน

1. ใส่น้ำมันลงในกระทะและนำไปตั้งไฟร้อนปานกลาง นำปลาูทูลงไปทอดจนเหลืองและสุก จึงนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน

2. ใส่หอมแดง, พริก, กระเทียมลงในครก (หรือเครื่องปั่นอเนกประสงค์) โขลกจนกระทั่งเข้ากันดี

3. เติมกุ้งแห้ง, กะปิ, น้ำปลา, น้ำมะนาวและน้ำตาล โขลก (หรือปั่น) จนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี 

4. ตักใส่ถ้วยน้ำพริก เสริฟพร้อมปลาทูทอดและผักสด (หรือผักนึ่ง) นอกจากนั้นไข่เจียวชะอมก็ยังนิยมเสริฟรับประทานพร้อมกับน้ำพริกกะปิด้วย

 วิธีทำไข่เจียวชะอม 

     1. ล้างชะอมให้สะอาดและเด็ดเอาใบอ่อนออกมา หั่นให้มีขนาดยาวประมาณ 1 นิ้ว 

     2. นำไข่ไก่ไปตอกและใส่ในชาม คนให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน จากนั้นจึงเติมชะอมที่หั่นไว้แล้ว คนต่ออีกครั้งจนไข่และชะอมผสมกันดี

     3. ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟปานกลาง ใส่ไข่และชะอมลงไปทอด รอจนกระทั่งสุกเหลืองดี จึงปิดไฟและนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ จัดใส่จานและเสริฟทานกับน้ำพริก

ที่มา ; http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Spicy-shrimp-paste-and-fried-mackeral_th.html

(สำหรับ 2 ท่าน)

ส้มตำ 🌾

การทำส้มตำง่ายนิดเดียว

ส้มตำปลาร้า ส้มตำปลาร้าถือเป็นพื้นฐานของส้มตำเกือบทุกชนิดเลยก็ว่าได้ 
ส่วนผสม
1.มะละกอสับ 1 ถ้วย
2.พริกขี้หนู 3 เม็ด 
3.มะเขือเทศลูกเล็ก 2-3 ลูก
4.น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
5.น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
6.ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ถ้วย
7.น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
8.น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
9.กระเทียม 4-5 กลีบ
ขั้นตอนการทำ
1. โขลกกระเทียม พริกขี้หนู ถั่วฝักยาวพอแตก ใส่มะเขือเทศ โขลกเบาๆ เส้นมะละกอ โขลกคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2.ปรุงรสด้วยน้ำปลา ปลาร้าต้มสุก น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว โขลกคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากันดี ชิมรสตามชอบใจ
3. ตักใส่จาน กินกับผักสด ยอดผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ยอดกระถิน ผักกาดขาว ฯลฯ

ส้มตำไทย 

 เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* มะละกอดิบหั่นฝอย 2 ถ้วยตวง 
* แครอทหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง 
* ถั่วฝักยาว 1/2 ถ้วยตวง (หั่นความยาวประมาณ 1" )
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ  (ถ้าไม่มีสามารถใช้น้ำตาลทรายแทนได้) 
* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ 
* มะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง (หั่นครึ่ง) 
* กุ้งแห้ง 1/3 ถ้วยตวง 
* ถั่วลิสง 1/4 ถ้วยตวง 
* พริกขี้หนู 10 เม็ด (ปรับเพิ่ม/ลด ตามความต้องการ) 
* กระเทียมสด 5 กลีบ 
วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ใส่กระเทียมและพริกลงในครก ใช้สากตำพอแหลก จึงใส่กุ้งแห้งและตำต่อไปอีกสักพัก 
2. ใส่น้ำตาลปี๊บ ตำต่อจนน้ำตาลละลาย จึงใส่มะละกอฝอยแครอทฝอยถั่วฝักยาวมะเขือเทศถั่วลิสง ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว จากนั้นจึงตำต่อจนส่วนผสมทั้งหมดเคล้ากันทั่ว 
3. ปรุงรสให้ถูกปากด้วย น้ำตาลน้ำปลา หรือน้ำมะนาวเพิ่ม รสดั้งเดิมจะมีรสหวานเผ็ด และเปรี้ยวพอๆกัน 
4. ตักใส่จานและโรยหน้าด้วยถั่วลิสง เสิรฟพร้อมผักสด (กะหล่ำปลีถั่วฝักยาวผักบุ้งไทยอื่นๆ) และข้าวเหนียวร้อนๆ
(สำหรับ 2 ท่าน)



ส้มตำผลไม้

เครื่องปรุง + ส่วนผสม
ผลไม้สดหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วยตวง(เลือกผลไม้ตามความชอบ แอ๊ปเปิลสัปปะรด,ชมพู่ส้มโอแก้วมังกรองุ่นฝรั่งอื่นๆ)
แครอทฝอย 1/4 ถ้วยตวง
มะเขือเทศ 3-5 ลูก
กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 5 กลีบ
พริกขี้หนู 3 เม็ด (ถ้าชอบรสจัด สามารถปรับเพิ่มได้)
น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนชา
ถั่วลิสง 1 ช้อนโต๊ะ
ผักสดสำหรับเสริฟพร้อมส้มตำ
วิธีทำทีละขั้นตอน
1. โขลกกระเทียมกับพริกขี้หนูเข้าด้วยกัน
2. ใส่ผลไม้ที่เตรียมไว้ลงในครก ตามด้วยมะเขือเทศแครอทฝอยและกุ้งแห้ง โขลกเบาๆ
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำมะนาวและน้ำตาลปี๊บ ใช้ช้อนคนเบาๆ ปรับรสชาตตามความต้องการ จากนั้นจึงใส่ถั่วลิสงลงไป คนพอทั่ว
4. ตักใส่จาน เสริฟทันทีพร้อมผักสดเครื่องเคียงอื่นๆ (กะหล่ำปลีถั่วฝักยาว) และข้าวเหนียวร้อนๆ


ส้มตำไข่เค็ม
ส้มตำไข่เค็ม เป้นการดัดแปลงนำไข่เค็ม มาเป้นส่วนผสม ทำให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่ออกไป ต้อนกำเนิดไม่แน่ชัดว่า ใครเป้นคนริเริ่ม แต่ก้นิยมบริโภคกันอยู่ทั่วไปส่วนผสม วิธการทำส้มตำไข่เค็มนั้นก็ไม่ยุ่งยากตามสูตร
ส่วนผสม
มะละกอสับ 1 ถ้วย
ไข่เค็มหั่นเป็นชิ้น 2 ฟอง
ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ฝัก
พริกขี้หนูสวน 6-7 เม็ด
น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโตะ
กระเทียมปอกเปลือก 3-4 กลีบ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโตะ
กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศ 3 ผล
น้ำปลา 1 ช้อนโตะ
ถั่วลิสงทอด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมพอแตก
2.ใส่ถั่วฝักยาวหั่นท่อนลงไป มะเขือเทศ กุ้งแห้งโขลกเบาๆมือคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3.ปรุงรสด้วย น้ำมะนาว น้ำตาลปืบ น้ำปลาดีโขลกรวมกัน
3.ใส่เส้นมะละกอ โขลกพอให้มะละซ้ำนิดหน่อย
จากนั้นใส่ไข่เค็มหั่นชิ้นลงไป คนคลุกเคล้าให้เข้ากัน
4.ชิมรสตามใจชอบ เปรี้ยว เผ็ด หวาน เค็ม
5.ตักใส่จานโรยหน้าด้วยถั่วลิสง พร้อมเสิร์ฟได้ทันที
กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ และผักสดต่าง ๆ เช่น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ถั่วพลูกระถิน ถั่วฝักยาว ผักก้านจอง

ส้มตำหอยดอง
 
ตำหอยดองเป็นการนำส้มตำมาประยุกต์ให้เข้ากับหอยดอง ที่ใช้แทนปลาร้าได้อร่อยลงตัวอีกแบบหนึ่ง
ส่วนผสม
เส้นมะละกอสับ 1 ถ้วย
หอยดอง 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วฝักยาว 1 ฝัก
พริกขี้หนูสวน 6-7 เม็ด
กระเทียมไทย 4 กลีบ
มะเขือเทศ 3 ลูก
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงทอด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมพอให้แตก
2. ใส่ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ โขลกคลุกเคล้าเบาๆมือให้เข้าอัน
3. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาดีโขลกรวมกัน
4. ใส่มะละกอ โขลกพอให้มะละกอช้ำนิดหน่อย แล้วใส่หอยดองลงไปคนเคล้าให้เข้ากัน
5. ชิมรสตามใจชอบ เผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม
6. ตักใส่จานโรยหน้าด้วยถั่วลิสงทอด ยอเสิร์ฟกับผักสด ต่างๆ ได้ทันทีกินพร้อมกับ ข้าวเหนียว ไก่ย่างร้อนๆ อร่อยถูกใจ

ส้มตำทอด
ส่วนผสมของส้มตำทอด
พริกขี้หนูสีแดง 5 เม็ด
พริกขี้หนูสวน 7 เม็ด
กระเทียมไทยแกะเปลือก 9 กลีบ
ปูเค็ม 1 ตัว
ถั่วฝักยาวหั่นท่อนขนาด 1 นิ้ว 1 ฝัก
มะเขือเทศสีดาหั่นชิ้น 2 ลูก
กุ้งแห้งเนื้อ 2 ช้อนโต๊ะ
บี้ 1 ช้อนโต +2 ชอนชา
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย+1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเย็นจัด 3/4 ถ้วย
มะละกอสับ 2 ถ้วย
น้ำมันพืช 2 ถ้วย
วิธีทำส้มตำทอด
1. ทำมะละกอชุบแป้งทอดโดยผสมแป้งสาลีกับน้ำเย็นจัดเข้าด้วยกันในอ่างผสมให้แป้งมีลักษณะ
ข้น ใส่มะละกอลงเคล้าให้ทั่ว ใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันร้อนจัดด้วยไฟกลาง โดยใส่ให้กระจาย
ทั่วน้ำมัน คนพอทั่ว ทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
2. โขลกพริก และกระเทียม เข้าด้วยกันพอหยาบ ใส่ปูเค็ม ถั่วฝักยาว
โขลกพอแตก ใส่มะเขือเทศสีดา กุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะนาว ชิมรสให้
เปรี้ยว หวาน เค็ม ตามชอบ ใส่ถั่วลิสงคั่ว
3. จัดมะละกอทอดใส่จาน ตักน้ำส้มตำราด หรือตักใส่ถ้วยแยกต่างหาก เสิร์ฟกับผักสด เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี เท่านี้ก็ได้ส้มตำทอดรสชาติแซบถูกใจใครหลายคนเรียบร้อยแล้ว

ตำซั่ว
ตำซั่วเป็นเมนูส้มตำอีกหนึ่งเมนูที่ ดัดแปลงส้มตำลาว โดยเพิ่มเส้นขนมจีน ผักดอง และถั่วงอก ลงไปด้วย เป็นเมนูส้มตำที่รสจัด อร่อยน่าลอง อีก 1 เมนู
ส่วนผสมตำซั่ว
เส้นขนมจีน 300 กรัม
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
มะละกอสับ 1 ถ้วยตวง
น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วฝักยาวหั่น 1/4 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศหั่น 1/4 ถ้วยตวง
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู 3 เม็ด
ผักกาดดอง
ถั่วงอก
กระเทียมปอก 5 กลีบ
วิธีทำตำซั่ว
1. ผสมน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำปลาร้า เข้าด้วยกันเป็นน้ำปรุงรส
2. โขลกกระเทียม พริกขี้หนู ถั่วฝักยาวพอแหลก จึงใส่มะเขือเทศโขลกเบาๆ ใส่น้ำปรุงรสด้วยน้ำมะนาว มะละกอสับ โขลกพอเข้ากัน
3.ใส่ขนมจีนลงไปตำคลุกเคล้าให้เข้ากันกับส้มตำ
4.จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับผักสด เช่น ถั่วฝักยาว ยอดผักบุ้ง ยอดกระถิน ผักกาดขาว ฯลฯ กินกับข้าวเหนียว ร้อนๆหรือ ไก่ย่าง ปลาย่าง

ส้มตำหมูยอ
ส้มตำหมูยอ เป็นการดัดแปลง นำหมูยอมาเป็นส่วนผสมในส้มตำ เพื่อเพิ่มรสชาติที่แปลกใหม่ และยังได้โปรตีนจากหมูยอเพิ่มอีกด้วย
ส่วนผสม
1.หมูยอลวกพริกสุกหั่นชิ้น 1 ถ้วย
2.พริกขี้หนูสวน 6-7 เม็ด
3.กระเทียมปอกเปลือก 3 กลีบ
4.ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ฝัก
5.มะเขือเทศ 3-4 ผล
6.กุ้งแห้งอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
7.น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
8.น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำตาลปิ๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
10.ถั่วลิสงทอด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ตำพริกขี้หนูกับกระเทียมพอแตก
2. ใส่มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว กุ้งแห้งลงไปโขลกคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ปรุงรสด้วย น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บน้ำปลาดี โขลกรวมกัน
3. ใส่หมูยอลงไป โขลกคลุกเคล้าให้เข้ากัน
4. ชิมรสตามใจชอบ เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน นำ
5. ตักใส่จานโรยหน้าด้วยถั่วลิสงทอด ยกเสิร์ฟพร้อมกับผักสลัดข้าวเหนียวร้อนๆได้ทันที

ส้มตำแครอท
 ส่วนผสม
1.แครอทขูดหรือสับ 1 ถ้วย
2.พริกขี้หนูสวน 2-3 เม็ด(หรือแล้วแต่ชอบเผ็ดมากน้อย)
3.น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
4.กระเทียม 4-5 กลีบ
5.ถั่วฝักยาวหั่น 1/2 ถ้วย
6.น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
7.มะเขือเทศ 3 ผล
8.กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
10.น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
ขั้นตอนการทำ
1.โขลกกระเทียม พริกขี้หนู ถั่วฝักยาว พอแตก ใส่มะเขือเทศ ใส่แครอท โขลกเบา ๆคลุกเคล้าให้ เข้ากัน
2.ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ น้ำมะขามเปียก กุ้งแห้ง น้ำมะนาว ชิมรสตามชอบใจ เปรี้ยวเค็มนำ 3.ตักใส่จาน กินกับผักสด ยอดผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ยอดกระถิน ผักกาดขาว ฯลฯ

ที่มา : http://madamewu.blogspot.com/2012/12/blog-post.html?m=1

หมูชะมวง 🐷🐽

หมูชะมวง .. อาหารพื้นเมืองของคนจันท์ แม้พิมจะไม่ใช่คนจันแท้ ๆ แต่ก็ทำได้นะคะ  ... ฮิ

.... ถ้าถามพิมว่า กับข้าวที่พิมกะแม่ทำขายในเช้าวันอาทิตย์เนี่ย อะไรขายดีที่สุดหรือคนนิยมมากที่สุด พิมก็อยากจะตอบว่ามันก็มีหลายอย่างนะคะ ไม่ว่าจะขนมจีนน้ำพริก ขนมจีนน้ำยา บรรดาหลนต่าง ๆ แกงขี้เหล็ก แกงสับปะรด แกงไทย ๆ ต่างๆ และก็รวมไปถึงหมูชะมวงที่พิมจะทำให้ดูในวันนี้ด้วยอ่ะค่ะ

พูดถึงหมูชะมวง ... บางคนอาจจะพูดว่า เอ๊ยยย เมนูอะไรเนี่ย เกิดมายังไม่เคยได้ยินชื่อ หน้าตาเป็นยังไง รสชาติเป็นยังไง อร่อยไหมหว่า ...... พิมก็อยากจะบอกว่าอาหารจานนี้เนี่ย เค้าเป็นอาหารพื้นเมืองของทางจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราดค่ะ  เป็นอาหารที่ถือว่าขึ้นหน้าขึ้นตาของคนแถบจังหวัดนั้นเลยอ่ะ ประมาณว่าถ้ามีงานเลี้ยงใด เช่น งานบวช งานแต่ง และมีแขกต่างถิ่นไปช่วยงาน หมูชะมวงเนี่ยก็จะถูกบรรจุไว้ในเมนูอาหารประจำงานนั้น ๆ เลยอ่ะค่ะ ....... ซึ่งถ้าหากใครที่ไม่เคยได้ไปแถวนั้น ก็อาจจะไม่คุ้นชื่อกับอาหารชนิดนี้ ก็ไม่แปลกค่ะ  (เพราะพิมเองกว่าจะได้รู้จัก ได้ชิมเจ้านี่ ก็เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมานี่เองค่ะ)

พูดถึงรสชาติ ... บางคนอาจจะงง ๆ ว่า เอ๊ะ รสชาติเจ้าอาหารจานนี้มันเป็นยังไงหว่า เผ็ดไหม รสเป็นประมาณหน  พิมก็อยากจะบอกว่าโดยปกติอาหารชนิดนี้จะรสชาติออกเปรี้ยวๆ หวาน ๆ นะคะ  โดยจะเปรี้ยวจากใบชะมวง และก็หวานจากน้ำตาลปี๊บที่เราใส่ลงไปค่ะ ตามด้วยเค็ม อีกทั้งจะเผ็ดนิดนึงๆ  ประมาณว่าเด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินก็ดีน่ะค่ะ

ยังไงก็ ... ถ้าเพื่อนๆ  คนไหนสนใจ  ตามมาดูหน้าตาและวิธีทำกันเลยนะคะ ^__^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-02.JPG
http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-03.JPG

:: ส่วนผสมเครื่องแกงชะมวง ::

- กระเทียมปอกเปลือก 60 กรัม
- หอมแดงปอกเปลือก 50 กรัม
- ตะไคร้หั่นบางๆ  60 กรัม
- ข่าแก่หั่นบางๆ 50 กรัม

ป.ล. สูตรพริกแกงชะมวงในแต่ละท้องถิ่นของเมืองจันฯ ไม่เหมือนกันนะคะ ขึ้นกับว่าอยู่พื้นที่ไหน บางสูตรใส่แต่กระเทียมกับข่า บางสูตรใส่กระเทียม ข่า หอม  บางสูตรใส่กะปิ บางสูตรไม่ใส่กะปิ  ก็แล้วแต่สูตรนะคะ

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

- ขาหน้าหมูหรือเนื้อหมูส่วนที่มีมันแทรก เช่น สันคอ 1000 กรัม
- เครื่องแกงชะมวง 220 กรัม
- ใบชะมวงกลางแก่กลางอ่อน ดึงเอาเส้นกลางใบออก  100 กรัม
- น้ำสะอาด 12 ถ้วย
- ซอสปรุงรส 3 ชต.
- ซีอิ๊วขาว 4 ชต.
- น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
- ซีอิ๊วดำ นิดหน่อย
- น้ำมันพืช 2 ชต.
- น้ำส้มมะขามเปียก .............. (ปกติพิมไม่ได้ใส่ แต่จะใส่เมื่อใบชะมวง เปรี้ยวไม่พอ)

ป.ล. ปริมาณน้ำตาล ซีอิ๊วขาวอาจจะต้องเพิ่มหรือลดขึ้นอยู่กับความเปรี้ยวของใบชะมวงนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-12.JPG

:: วิธีทำ ::

เริ่มต้นเลย เราก็ต้องมาทำน้ำพริกหมูชะมวงกันก่อนนะคะ ซึ่งอย่างที่พิมบอกไปข้างต้นว่า ถึงจะเป็นอาหารเมืองจันฯ เหมือนกัน แต่ว่าต่างพื้นที่กัน สูตรของพริกแกงและวิธีทำก็ต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่นะคะ แต่ยังไงออกมาแล้วรสชาติประมาณเดียวกัน คือ เปรี้ยวๆ หวานๆ เค็มตาม เผ็ดนิดนึงอ่ะค่ะ

ซึ่งสำหรับสูตรพริกแกงหมูชะมวงของที่บ้านพิมก็จะประกอบไปด้วย หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ และพริกแห้งเม็ดใหญ่ป่นหยาบค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-13.JPG

ก็ให้เอาหอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ทั้งหมดหั่นละเอียด ๆ ไว้นะคะ แล้วก็เอาไปคั่วในกระทะให้สุก หอม และสีเกรียม ๆ นิดนึง .... จากนั้นเมื่อเครื่องแกงสุกหอมได้ที่ ก็นำไปโขลกให้ละเอียด (แต่ไม่ต้องให้ละเอียดเหมือนพริกแกง)  พอละเอียดแล้วก็ค่อยใส่พริกแห้งเม็ดใหญ่ป่นหยาบๆ ลงไปค่ะ (พริกไม่ต้องคั่วก่อนนะคะ)  ตำให้เข้ากันอีกที ก็เป็นอันว่าเราจะได้พริกแกงสำหรับทำหมูชะมวงแล้วนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-14.jpg

เมื่อตำพริกแกงเสร็จ ก็ให้พักเอาไว้ก่อนค่ะ .... หันมาจัดการกับหมูกันบ้าง ....  ซึ่งหมูส่วนที่พิมใช้ในวันนี้เนี่ย คือ ขาหมู กับ หมูส่วนสันคออ่ะค่ะ  โดยทั้งสองอย่างให้หั่น/สับเป็นชิ้นใหญ่หน่อยนะคะ ขนาดสักประมาณ 2 * 2 นิ้ว สำหรับส่วนเนื้อ และ  2*3 นิ้ว สำหรับส่วนขาหมูอ่ะค่ะ

และเมื่อหั่นหมูเสร็จ ก็เอาไปล้างน้ำสะอาดซะ 1 น้ำนะคะ เพื่อให้เศษกระดูกที่แตกๆ ตอนเราสับหลุดออกไป  จากนั้นเอาน้ำใส่หม้อหรือกระทะใบใหญ่หน่อยค่ะ  ตั้งไฟกลางๆ จนน้ำเดือด ก็ใส่หมูทั้งหมดลงไปลวกสักแป๊บนึง ก็ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ... และพักไว้ก่อนค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-15.jpg

จากนั้นก็หันไปจัดการกับใบชะมวงต่อ โดยใบชะมวงที่เอามาใช้เนี่ยให้เลือกแบบใบเพสลาดค่ะ คือใบที่ไม่อ่อน แต่ก็ไม่แก่  คือ ถ้าอ่อนไป มันก็จะไม่เปรี้ยว เคี้ยวไปแล้วใบจะเละ  แต่ถ้าใบแก่ไป  จะเปรี้ยวมากและเคี้ยวไม่ค่อยออกค่ะ (เคี้ยวแล้วเป็นกากๆ)

ก็ให้เอาใบชะมวงไปล้างทำความสะอาดให้ดีนะคะ  พอสะเด็ดน้ำดี ก็ดึงเส้นกลางใบออก แล้วขยี้หรือฉีกให้เป็นชิ้นเล้กๆ อ่ะค่ะ   (อย่าปล่อยให้ใบชะมวงเหี่ยวก่อนขยี้ เพราะมันจะเหนียวจนขยี้หรือฉีกไม่ค่อยออก) ................. อ้อๆ ในภาพนี่ยังไม่ได้ฉีกนะคะ ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-16.JPG

เมื่อเตรียมเครื่องทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็มาลงมือทำกันค่ะ ... เริ่มต้นด้วยการเอากระทะตั้งไฟกลางๆ ใส่น้ำมันในกระทะสัก 3 ชต.   พอน้ำมันเริ่มร้อนก็ใส่เครื่องแกงลงไปผัดกึ่งคั่ว ... ให้หอม ระหว่างผัด เครื่องแกงอาจจะติดกระทะ ก็สามารถเติมน้ำมันพืชได้นิดหน่อย (ทยอยใส่) หรือถ้าไม่อยากให้มันเกิน สามารถใช้น้ำสะอาดแทนได้ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-17.jpg

เมื่อผัด/คั่วเครื่องแกงจนหอมแล้ว (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน)  ก็ใส่หมูที่ลวกแล้วลงไป และผัดให้เข้ากับเครื่องแกง  ..... จากนั้นก็เติมน้้ำซุปหรือน้ำสะอาดทั้งหมดลงไป

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-18.jpg

ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส  น้ำตาลปี๊บ และก็แต่งสีด้วยซีอิ๊วดำหวานนิดหน่อยค่ะ ......... พอเดือดก็ชิมรสค่ะ ให้ออกหวานๆ  เค็ม ๆ นิดนึง เอาพอประมาณ แต่ไม่ต้องให้จัดมาก เพราะว่าเดี๋ยวพอเราเคี่ยวไปเรื่อยๆ ปริมาณน้ำลดลง  รสชาติจะเข้มข้นขึ้นอีกมากค่ะ (ส่วนรสเปรี้ยว รอจากใบชะมวง)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-070.jpg

เมื่อชิมรสแบบประมาณ ๆ ได้แล้ว ก็ใส่ใบชะมวงที่เราเด็ดเอาไว้ลงไป   (สังเกตุว่าตอนนี้น้ำแกงจะท่วมทุ่งมากๆ)  แล้วก็ปิดฝาหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนมาก ให้แค่พอมีร่องรอยน้ำเดือดปุดๆ เล็กน้อยไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 ชม. 15 นาที ก็ให้ชิมรสชาติอีกทีค่ะ  .... ซึ่งถึงตอนนี้เนี่ย รสเปรี้ยวจากใบชะมวงจะออกมาแล้ว และก็ปริมาณน้ำแกงในหม้อจะลดลงมาก ..... เพราะฉะนั้นรสชาติจะค่อนข้างเข้มข้น และกำลังใกล้จะได้ที่ค่ะ  ก็ให้เราชิมดูว่ามันรสชาติประมาณไหน ใช่ที่ชอบไหม ซึ่งจะออกเปรี้ยว หวานนำ เค็มตาม เผ็ดนิดนึงนะคะ .... ซึ่งถ้าหากใบชะมวงให้ความเปรี้ยวไม่พอ เพื่อน ๆ อาจจะต้องใส่น้ำมะขามเปียกลงไปช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอ่ะค่ะ  และถ้าหากหวานน้อยไป เค็มน้อยไป เพื่อน ๆ ก็เติมเอาตามใจชอบเลยนะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-08.jpg

จากนั้นก็เคี่ยวต่อไปจนกระทั่งหมูสุกนุ่มดี ซึ่งโดยรวมจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ครึ่ง - 2 ชม. อ่ะค่ะ (ตามปริมาณ  ขนาดหม้อ และความแรงของไฟ) ..... ก็จะได้หมูชะมวงออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-09.JPG

และแล้วเราก็จะได้หมูชะมวงออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ ... น่ากินไหมเอ่ย ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-03.JPG

ไม่อยากเม้าท์เลยค่ะว่า เจ้าอาหารจานนี้เนี่ย ลูกค้าบางคนมาซื้อทีละ 4-5 ถุงก็มีนะคะ  บอกว่าซื้อเอาไปเก็บไว้กินวันหลังที่พิมไม่ได้ขาย ^^"  หรือบางคนซื้อพิเศษ 100 บาทก็มีอ่ะค่ะ  (เป็นเครื่องรับประกันได้ว่า สูตรนี้ กินได้จ้า)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/moochamoung/moo-chamoung-02.JPG

ก้ถ้าเพื่อนๆ สนใจ ลองทำดูกันนะคะ ช่วงนี้ใบชะมวงหาไม่ยากค่ะ ถ้าตามตลาดสดในกรุงเทพฯ นี่ ช่วงนี้มีแทบทุกตลาดค่ะ  กำละ 10 บาท ... จ้า  


ที่มา : http://www.pim.in.th/side-dish-by-pork/428-2011-03-02-15-08-44

ต้มยำกุ้ง 🍤

เมนูที่ขึ้นชื่อของไทยเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ต้มยำกุ้งน้ำข้น ด้วยรสชาติแซบถึงใจกับวัตถุดิบที่มีสมุนไพรสรรพคุณมากมายในชามเดียว ซึ่งวัตถุดิบหาได้ง่ายทั้งซุปเปอร์มาเก็ตและตลาดใกล้บ้าน เรามาดูกันเลยทำง่ายไม่ยากอย่างที่คิด 

ส่วนผสม

  • กุ้งกุลาดำตัวใหญ่ หรือกุ้งแม่น้ำ
  • เห็ดฟางผ่าครึ่ง
  • พริกขี้หนู
  • ใบมะกรูดฉีกเอาก้านออก
  • ข่าหั่นแว่น
  • ตะไคร้ทุบแล้วหั่นท่อน
  • ผักชี โรยหน้า
  • น้ำพริกเผา 1 ช้อนชา
  • มะนาว 1 ลูก
  • กะทิหรือนมข้นจืด 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ หยิบมือ
  • น้ำซุป (ถ้าไม่มีเป็นซุปสำเร็จรูปกับน้ำเปล่า)

ขั้นตอนการทำ

  1. ก่อนอื่นต้องแกะเปลือกกุ้งผ่าเอาเส้นดำออกล้างให้สะอาด หั่นเครื่องต้มยำ พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดและเห็ด ให้พร้อม
  2. นำน้ำซุปไปตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องต้มยำลงไปให้หมด ให้เดือดอีกครั้งก็ใสกุ้งที่เตรียมไว้ลงไปเลย
    หลังจากใส่กุ้งลงไปแล้ว ให้ใส่ น้ำตาล น้ำปลา พริกขี้หนู พริกเผา ใครชอบรสแบบไหนใส่ลงไปตามชอบ ตามด้วยเห็ดฟาง 
  3. ปิดเตาแล้วค่อยปรุงด้วยมะนาว(เคล็ดลับการบีบน้ำมะนาวใส่ในน้ำที่กำลังเดือดทำให้มะนาวข่มได้) โรยเกลือนิดหน่อยเพื่อดึงรสเปรี้ยวหวานเค้มให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
  4. จัดชามเสิร์ฟ หั่นผักโรยหน้า เพิ่มความหอม


ที่มา : http://food.mthai.com/food-recipe/88943.html


กิจกรรมวันแม่ของโรงเรียนตราดสรรเสริญวิทยาคม

โรงเรียนตราดสรรเสริญวิทยาคมได้ จัดกิจกรรมวันแม่ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมนี้เพราะคุณครูจะให้นักเรียนตระหนักถึงพระคุณของมารดาที่มีต่อนักเรียนและกระผมก็ได้เป็นตัวแทนห้องได้นำผู้ปกครองมาร่วมงานกิจกรรมวันแม่ของโรงเรียน 

งานวันปีใหม่ 🎉

งานงานปีใหม่โรงเรียนตราดสรรเสริญและจัดขึ้นมากระผมได้ทำการแสดงละครเรื่องกำเนิดพระเยซูมันมีความรู้มากมายที่เกี่ยวกับ ประวัติของพระเยซูความเป็นมาของวันคริสมาตส์ และยังได้ร่วมกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน

 

ทัศนศึกษาของโรงเรียนเรา ..


การไปทัศนศึกษาครั้งนี้ได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สิ่งใหม่ใหม่ที่เราไม่เคยรู้มีความสนุกสนานความรักใครความทรงจำและมีอะไรมากมาย  และแถมยังได้ไปเที่ยวสวนสนุกด้วยด้วย. ทำให้เราได้มี ความสุขและเสียงหัวเราะออกมา